ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
เรื่ออยากเล่า,,,,,ศิษย์ร้อยล้าน
เรื่ออยากเล่า,,,,,ศิษย์ร้อยล้าน
 

ศิษย์ร้อยล้าน

            เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์ที่ฟังเสียงแล้วคุ้นหู

“ครูครับ จำผมได้ไหมครับ.ผมสมเกียรติครับ”

“ เธออยู่ไหน”

“ผมมาหาครูที่โรงเรียนครับ ผมตามหาครูเป็นสิบเที่ยว..

“วันนี้ ครู ก็มาประชุมที่เขต 2 ในฐานะประธานกลุ่ม แล้วรู้เบอร์โทร.ครูได้อย่างไร ”

“ ผมได้เบอร์ครูจากครูแอ๊ะครับ”  

“เธอไปรอครูที่ท่ารถหนองโพ เดี๋ยวครูประชุมเกือบเสร็จแล้ว”

” ครับอีกครึ่งชั่วโมงเจอกันครับ.”

          รถคันซีวิคสีขาวตกแต่งเป็นรถสปอตจอดที่เชิงสะพานคนข้าม ชายร่างใหญ่สูงประมาณ 170 ซม. น้ำหนักงราว 80-90 กิโลกรัม เดินออกจากรถ “สวัสดีครับครู”   “สวัสดี โอโหตัวใหญ่ขึ้นเยอะเลย ตั้งแต่ออกโรงเรียนมาเพิ่งพบเจอเป็นครั้งแรก”

          สมเกียรติ ลูกศิษย์ที่เคยสอนที่ ร.ร.วัดระฆังทอง  28 ปี ที่ไม่ได้เจอศิษย์คนนี้ สมัยที่เป็นเด็กนักเรียน สมเกียรติเรียนหนังสือเก่ง มีน้องชาย 2 คน บ้านครอบครัวแตกแยก พ่อมีภรรยาใหม่ แม่จำเป็นต้องไปเป็นแม่บ้านของ ร.ร.อัสสัมชัญ ศรีราชา สมเกียรติและน้อง ๆ ต้องอยู่กับปู่และย่าที่อายุมาก สภาพยากจนมาก สมเกียรติต้องไปอยู่วัดเป็นศิษย์วัดเพื่อนำอาหารมาให้ปู่และย่าและน้อง ๆ ประทังชีวิต เราฐานะครูก็ได้ช่วยเหลือตามกำลังที่ทำได้ ในยามเจ็บป่วย จัดหายา จัดหาเสื้อผ้าให้ มีอะไรก็นำมาให้ทาน ให้นั่งรถพาไปส่งบ้านกับโรงเรียนซึ่งห่างประมาณ 3 กิโลเมตร สมเกียรติ เป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนเล่นเป็นประตูสำรองและเล่นในตำแหน่งฮาฟขวา หลังจากจบ ป.6 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด  จะให้เด็กทุกคนสาบานไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ สมเกียรติเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งที่ได้รับเมล็ดพันธุ์จากคำสอนของครู ไม่ทานเหล้า ไม่สูบบุหรี่ มีจิตใจกว้าง มีเหตุผล ที่สำคัญคือความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณ สมเกียรติได้ไปเรียนต่อที่ ร.ร.อัสสัมชัญ ศรีราชา ซึ่งโรงเรียนได้อุปการะให้เรียนฟรีในฐานะที่แม่ทำงานที่ ร.ร.แห่งนี้ ในระหว่างที่เรียนอยู่ที่นี่ สมเกียรติได้รับการฝึกเป็นผู้นำโดยคุมเด็กหอพักซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่พ่อแม่มีฐานะดี หลังจากจบ ชั้น ม.3  สมเกียรติได้เรียนต่อ กศน.และทำงานไปด้วย โดยมีอาชีพชกมวยด้วยความเป็นคนมีไหวพริบฉลาด ทำให้สมเกียรติเป็นนักมวยค่อนข้างจะมีชื่อค่าตัวเริ่มแพง สมเกียรติชกมวยประมาณ 60 ไฟล์ ก็ต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ที่กรมการทหารช่างที่ราชบุรี เป็นอยู่ 2 ปี ก็สมัครเป็นนักเรียนนายสิบ ในปี 2535 ได้เกิดเหตุพฤษภาฯทมิฬ สมเกียรติถูกเรียกตัวให้ไปปราบนิสิต นักศึกษา ด้วยความที่ยึดความถูกต้องมากกว่าคำสั่ง จึงได้ลาออกในวันที่มีคำสั่ง เป็นทหารอยู่ 5 ปี  และเดินทางไปชลบุรีอยู่กับแม่และหางานทำ ไปเป็นพนักงานขับรถของร้านขายเครื่องไฟฟ้าเนชั่นแนล ด้วยความฉลาดในการเรียนรู้สมเกียรติได้เรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าสามารถอธิบายให้ลูกค้าที่มาซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้ายิ่งกว่าเซลแมน ทำให้ของที่ร้านขายดี เจ้าของร้านเห็นแววจึงได้ส่งสมเกียรติไปอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้กับมาช่วยที่ร้าน และได้รู้จักผู้คนในวงการนี้มีทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย สมเกียรติเป็นเซลแมนให้กับบริษัทต่างชาติให้ขายอุปกรณ์ฮาร์ทดิส และบริษัทน้ำมัน โดยกล้าที่จะเสนอแนวคิดในการทำธุรกิจให้เจริญก้าวหน้าแก่บริษัทที่ทำงานด้วย ทำงานจนถึงปี 2548 จึงลาออกจากบริษัทขายน้ำมันซึ่งมีเงินเดือนในขณะนั้นเดือนละ 50,000 บาท สมเกียรติได้มองการณ์ไกลในการทำธุรกิจทางภาคใต้ซึ่งเพิ่งเกิดสึนามิเมื่อปลายปี 2547 เขาได้รวบรวมเงินได้จำนวน 7 แสนบาท มุ่งหน้าไปยังจังหวัดภูเก็ตเพื่อที่จะประกอบธุรกิจค้าไม้ทำเฟอร์นิเจอร์ เมื่อไปอยู่ใหม่ได้เช่าห้องอาศัยอยู่และทำแซนวิชส่งบริษัทรถทัวร์ ขณะเดียวกันก็ศึกษาลู่ทางธุรกิจ ได้เป็นนายหน้าซื้อขายที่ดิน ขายรถ จนมีเงินก้อนมาเปิดร้านค้าไม้ทำเฟอร์นิเจอร์ ด้วยความขยัน สมองดี มนุษยสัมพันธ์ดี ทำให้กิจการการค้าเจริญอย่างรวดเร็ว สมเกียรติเป็นคนตื่นเช้า มีวินัยในตัวเองจึงทำให้เขาเป็นแบบอย่างที่ดีสามารถคุมลูกน้องได้เป็นอย่างดี มีจิตใจเอื้ออาทร  ลูกน้องรักและอยากทำงานด้วย

          หลังจากได้พบเราแล้ว เขาได้รีบโทร.ไปหาแม่ของเขาเพื่อบอกแม่ว่าได้พบครูแล้ว และ 3 วันต่อมาแมสมเกียรติก็โทรมาหาขอบคุณเที่ดูแลลูกในสมัยเด็ก ๆ  และชวนไปเที่ยวที่ชลบุรี “ครูตอนนี้ผมสบายแล้ว ผมปลูกบ้านหลังละ 14 ล้าน มีโรงขายไม้เฟอร์นิเจอร์ร่วมกับพี่น้องแฟนที่ภูเก็ต 6 โรงและมีเครือข่ายอีกหลายโรง ถ้าครูเบื่อไปค้าไม้กับผม ของไม่บูดไม่เสีย สมศักดิ์น้องคนกลางตอนนี้ทำงานที่บริษัทรถฟอร์ดเป็นประธานสหภาพ ส่วนสมชาติน้องคนเล็กอาชีพตักทรายตักลูกรังขาย รวยกันทุกคนแล้ว แม่ยังอยู่ที่ ร.ร.อัสสัมชัญ เป็นหัวหน้าครัวที่โรงเรียน รู้จักครู400-500 คน ผมบอกให้เลิกทำก็ไม่ยอม  นักเรียนเป็นหมื่น  ครูว่างเมื่อไหร่ไปหาผมที่ภูเก็ตผมจะพาครูเที่ยว”  “ขอบใจมาก มีโอกาสครูจะไปดูความเจริญก้าวหน้าของเธอ”

          วันที่ 19 ต.ค.2556 –เวลา 20.10 น. เราก็ได้เดินทางไปภูเก็ตด้วยรถวีไอพีของ บขส. ถึงภูเก็ตเวลา 06.30 น.ค่ารถคนละ 1,058 บาท(จองทางอินเทอร์เนต จ่ายเงินที่ 7 ELEVEN) สมเกียรติก็ได้มารับที่ท่ารถ บขส. พาไปทานอาหารเช้า(โรตีมะตะบะ ข้าวต้ม กาแฟ) และได้พาไปดูกิจการของเขาซึ่งแต่ละแห่งเฉพาะที่ดิน อาคารก่อสร้างที่ก็ราคาเกือบ 10 ล้าน  จากนั้นได้พาไปที่บ้านราคา 14 ล้านที่เขาและครอบครัวปลูกสร้าง เขามีลูกชาย 1 คน อายุ 2 ขวบกำลังน่ารัก ชื่อฮาริส  จากนั้นเขาขับรถพาไปเที่ยวหาดป่าตอง ดูพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำภูเก็ต ไปดูอู่ต่อเรือยอร์ท ดูพิพิธภัณฑ์เหมองแร่ที่ทิ้งเหมือนร้าง ไปวัดฉลอง(วักหลวงพ่อแช่ม)ไหว้พาสารีริกธาตุ  ขึ้นเขาชมแหลมพรหมเทพ แวะจุดชมวิวที่อ่าวกะรน   สมเกียรติได้พาขับรถชมรอบตัวเมืองภูเก็ตจนถึงเวลา 20.30 น. ได้พาไปร้านอาหารทะเล มีปูนึ่ง กุ้ง หอยแมลงภู่ หอยหวาน และข้าวผัดปู อร่อยมาก หลังจากทานอาหารเสร็จได้พาไปพักผ่อนที่โรงแรมซีไซค์เคิลภูเก็ต ห้องสะอาด เงียบสงบดี  พรุ่งนี้เวลาเวลา 7 โมงเช้าผมมารับครู ราตรีสวัสดีครับ.

         วันที่ 21 ต.ค.2556 –เวลา 7.30 น.ทานอาหารเช้า  08.30 น.-ขึ้นเรือสปีดโบ๊ทไปเกาะพีพีใช้เวลาประมาณ  2 ชม. มีฝนตกเล็กน้อย เรือได้ขับผ่านอ่าวมาหยาไม่สามารถเข้าไปได้เพราะคลื่นแรง แวะอาบน้ำบริเวณอ่าวพีพี น้ำใสเหมือนสีมรกตลงอาบน้ำมีชูชีพแจก แวะเกาะลิง  ถ้ำไวกิ้งปัจจุบันเป็นสัมปทานทำรังนกนางแอ่น  แวะอาบน้ำ  เวลา 13.30 น.ถึงเกาะไข่ซึ่งมีหาดทรายเหมือนไข่ดาว สามารถนั่งชมทะเลได้รอบด้าน ฝรั่ง จีน แขก นิยมเที่ยวมาก คนไทยน้อยเพราะราคาแพง ทานอาหารบุปเฟ่(มี ข้าว ข้าวผัด ไก่ทอด ผัดผัก ผัดปลาหมึก ผัดปลาทอดน้ำแดง ข้าวเกรียบ) ทานเสร็จนอนพักริมทะเลตากอากาศที่ทางทัวร์จัดให้ เดินชมทะเลรอบเกาะไข่ น้ำใสเห็นปลาสวยงามมาอวดให้นักท่องเที่ยวได้ชม ได้จับต้อง ได้เลี้ยงด้วยขนมปัง เรือออกจากเกาะไข่เวลา 15.10 น. ถึงฝั่งที่เดิม 15.25 น. ใช้เวลา15 นาที ทัวร์ที่ไปเที่ยวเกาะพีพี เกาะไข่เป็นของบริษัท นนทศักดิ์ทัวร์ ค่าใช้จ่ายราคาโปรโมชั่นท่านละ 1,800 บาท สมเกียรติได้พาครูไปโรงแรมพักผ่อน 17.30 น.ได้มารับไปเที่ยวรอบเมืองภูเก็ต ได้เล่าถึงอ่างน้ำใหญ่ในเมืองภูเก็ตได้ขายไอเดียให้ฟังว่าสามารถทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งซ้อปปิ้งได้เคยคุยกับเจ้าของซึ่งรวยมากระดับหลายพันล้าน จากนั้นได้พาไปดูถนนที่มีตึกรามบ้านช่องที่ได้รับวัฒนธรรมจากปอร์ตุเกส และถนนผ้าถุง(เหตุที่เรียกเพราะเป็นแหล่งจำหน่ายผ้าถุงที่นำเข้าจากมาเลเซีย) ได้แวะร้านอาหารพื้นเมืองแต่ปรากฏว่า ปิดแล้ว จึงได้พาไมทานสุกี้เอ็ม.เค.ที่ห้องโรบินสัน กลับถึงที่พักเวลา 21.00 น. พรุ่งนี้เช้าประมาณตีห้าผมมารับครูไปส่งที่สนามบินครับ ราตรีสวัสดีครับ.

      วันที่ 22 ต.ค.2556 เวลา 05.20 น. สมเกียรติได้มารับครูที่โรงแรม นั่งรถถึงสนามบินภูเก็ตเวลา 05.50 น.(ค่าใช้จ่ายรวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ คนละ 2,950 บาท) ผมได้ซื้อขนมเต้าส้อ ขนมดังของภูเก็ตมาฝากครูครับ. แฟนผมซื้อของจะฝากครูเป็นเข่งแต่ผมบอกว่าครูขึ้นเครื่องบินเอาไปลำบาก โอกาสหน้าในช่วงปีใหม่ครูมาเที่ยวอีกนะครับ...แม่ผมจะมาในช่วงปีใหม่ด้วย พาลูก ๆ ครูมาด้วย เครื่องบินแอร์เอเชียออกจากสนามบินภูเก็ต เวลา 7.10 น.ถึงสนามบินดอนเมืองเวลา 8.30 น. กลับถึงบ้านเวลาประมาณ 11.30 น.

          สมเกียรติบอกว่าเขามีเงินและทรัพย์สินนับร้อยล้าน เขาได้ให้ข้อคิดในการทำงานว่า ถ้าอยากได้อะไรก็ให้ศึกษาและหาช่องทาง(ที่สุจริต)ให้ได้มาอยากได้บ้าน อยากได้รถ  โดยสร้างเครดิตกับธนาคารเพื่อขอกู้เงินและรีบขายโดยเร็วเพื่อให้ได้กำไรทันที คิดทำอะไรต้องมองอนาคตโดยที่ไม่ต้องไปลงแรงทำ แต่ใช้วิธีการในการบริหาร ต้องส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจที่ทำอยู่ให้แก่ผู้ที่สนใจโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นคู่แข่ง เขาจะเป็นแขน เป็นขาของเรา เขารวย เราก็รวย

          สมเกียรติเป็นนักเพาะกาย เขาสามารถออกกำลังกายที่ฟิตเนสจากเริ่มแรกเขาต้องเสียเงิน แต่ตอนนี้เจ้าของร้านต้องให้เงินเขา สุดยอดจริง ๆ นี่เป็นตัวอย่างที่สมควรศึกษาเป็นแบบอย่างสำหรับคนรุ่นหลัง ขอให้ผลแห่งความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณ จงได้พบสิ่งที่ดีดี กิจการรุ่งเรืองเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป               

Word Document ดาวน์โหลดไฟล์   ขนาดไฟล์ 21.03 KB